• ในกระบวนผักผลไม้ที่ช่วยโด๊ปร่างกายให้คลายแก่ได้แล้วนั้นไม่ว่าจะส่วนใดของมันล้วนแต่มีธาตุต้านแก่เพราะดินน้ำและอากาศที่แสนดีชวนกันปรุงขึ้นมาจนประกอบกันเป็นของดีทั้งสิ้น แต่น่าเสียดายที่บางทีก็ถูก"เลือกกิน" ด้วยความเชื่อว่ากินได้บางส่วนหรือที่เจอบ่อยคือ"ดูไม่สวยน่ากิน" ซึ่งการเลือกกินนี้มีทั้งตั้งใจเลือกและไม่ตั้งใจเลือก


    ยกตัวอย่าง"ฝรั่ง" กรุบกรอบลูกโต ท่านสามารถนำมาแทะกินทั้งเปลือกได้ เพราะส่วนเปลือกเขียวรสฝาดนั้นมี"แอนตี้ออกซิแดนท์"อุดมดีมีฤทธิ"ต้านหวัด หรืออย่างมังคุดที่สุดของผลไม้นั้นส่วนดีอยู่ที่เปลือกสีม่วงสวย หมอยาโบราณจึงใช้ฝนกับฝาละมีทำยาแก้บิดฆ่าเชื้อได้เป็นแอนตี้ไบโอติกกลางบ้าน หรือแม้แต่เปลือกส้มโอก็มีกากวุ้นที่เรียก"เพคติน(Pectin)" เยอะเอามาเชื่อมกินได้ จะเห็นว่าเปลือกผลไม้ใกล้ตัวถ้าหาวิธีกินเข้าไปได้ก็จะช่วยต้านแก่ได้ไม่แพ้กินส่วนเนื้อหรือส่วนเม็ดได้เลย แม้แต่เปลือกทุเรียนที่แม้จะใช้กินไม่ได้แต่ก็ใช้ตบ


    อุ๊บ ไม่ใช่...ใช้ทำยาทาแผลได้ต่างหากเพราะผักผลไม้ที่ดีมักมี"วิตามิน" ให้กินอยู่ที่เปลือกเป็นหลัก ซึ่งมักถูกลักออกไปจากกระบวนการปอก, หั่น, ล้างและขัดออกไปจนเกือบหมดแล้ว ส่วนที่เหลือกรุบกรอบเป็นไจผักอยู่ตรงกลางนั้นที่จริงแล้วเป็นส่วนที่วิตามินน้อยที่สุด


    ได้แต่ "น้ำ" กับ "กาก" เท่านั้นถ้าไม่อยากให้กินเข้าไปแล้วมีสภาพเหมือนม้าหน้าแล้งที่ต้องกินแต่ฟางแห้งลงไปให้หนักท้องก็ต้องมีวิธีเลือกกินแบบ"รู้ทัน" ครับ จะได้ไม่เป็นม้าน่าสงสารที่ต้องขยอกกลืนฟางฝ,ดคอเข้าไป ด้วยเหตุนี้ทหารมี่ปุนสมัยสงครามโลกครั้งที่สองถึงต้องให้ม้าเทียมรถใส่แว่นตาสีเขียวจะได้หลอกว่าฟางแห้งที่กินนั้นสดน่าอร่อย


    เรามาย่อยกันตั้งแต่เปลือกจนถึงเนื้อในกันดีกว่าครับกินทั้งเปลือกเลือกให้ดี


    สำหรับอาหารการกินเหล่านี้ถ้ามีโอกาสก็ขอให้หาทาง"ปรุง" จนมันกินได้ทุกส่วน และตัวเราเองก็ควรฝึกกินให้ได้หลากหลายส่วนด้วยครับ เพราะบางส่วนของผักก็ไม่ได้อร่อยลิ้นอะไรนักเช่นใบนอกของกะหล่ำปลีหรือส่วนที่เหม็นเขียวอย่างเปลือกถั่วเขียว , ถั่วลิสงหรือถั่วปากอ้านี้ แต่เป็นของดีที่ทำให้ไขมันลดและช่วยกดความดันลงด้วย ถ้าเห็นเขาช่วยเราขนาดนี้แล้วอย่ารักพี่เสียดายน้องกันอีกเลยครับ เลือกกินทั้งหมดได้เป็นดี


    กินทั้งเปลือก เลือกได้


    มะเขือเทศ

    ถ้ากินได้ทั้งเปลือกจะดี แต่ถ้าจำเป็นจริงก็ขอให้กินแบบ"พิวรี (Puree)" หรือปั่นทั้งเนื้อใส่ไปด้วยจะได้"ไลโคปีนส์(Lycopene)" เต็มเม็ดเต็มหน่วยดีครับ


    องุ่น

    มีของดีราคาแพงชื่อ "โอพีซี (OPC)" อยู่ที่เม็ดและเปลือกบ้าง ขอให้กินแบบไม่ปอกก็จะดีกว่าแต่ถ้าไม่แน่ใจก็แช่ให้หมดนวลขาวหนาๆ ตามลูกก่อน ยอมเสียเวลาหน่อยแต่กินแล้วสบายใจกว่าเยอะครับ


    ฝรั่งสด

    ถ้ากลัวยาฆ่าแมลงอาจปอกลอกทิ้งได้ อยากให้รู้ไว้ว่าวิตามินซีมีอยู่ที่เปลือกรสฝาดเฝ,อนนั้นถ้าท่ากินฝรั่งฝาดๆ ได้สัก 3 ขีดต่อวันก็จะได้วิตามินซีราว 1,000 มิลลิกรัมทีเดียว


    แครอท

    ระวังแครอทยุคใหม่ที่ใช้ "โซดาไฟ" กัดจนเปลือกล่อนหลุด ต้องหยุดใจให้เอามาล้างอีกรอบก่อนกิน อย่าเพิ่งซื้อแล้วยื่นให้เขากดปั่นกร๊วบลงในเครื่องแล้วก็เอามาดูดจ๊วบ อา...ชื่นใจได้โซดาไฟไปกัดไส้พุงต่อแถมไม่ได้เบต้าแคโรทีนจากเปลือกเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วย


    แอปเปิ้ล

    ของกินเพลินยามลดอ้วน เพราะแอปเปิ้ลมี"กากเพคติน" ที่กินแล้วอิ่มทนดี แต่ในขณะเดียวกันก็มี"ขี้ผึ้ง" อาบเคลือบอยู่ดูไปแล้วอาจมียาฆ่าแมลงเจืออยู่ได้ในส่วนมันที่เปลือกนั้น


    แตงโม

    เนื้อสีแดงฉ่ำมีธาตุต้านสนิมแก่เหมือนในมะเขือเทศ กินแล้วชื่นใจขับปัสสาวะล้างท่อไตดีแท้แต่ส่วนเปลือกของมันถ้าเอาไปทำแกงส้มกินได้ด้วยก็จะช่วยล้างไขมันให้ลำไส้อย่างดีครับ


    ถั่วและรำข้าว

    ถั่วที่มีเปลือกและธัมพืชทั้งกากอย่างรำข้าวหรือรำข้าวโอ้ตเช่นนี้ช่วยให้อิ่มทนดีเพราะไปบานในท้องเหมือนเรากินข้าวตอกน้ำกะทิหรือข้าวโพดคั่ว ส่วนเปลือกนั้นจะเป็นกากที่ช่วยเสริมภูมิให้ลำไส้ไม่ปวยง่ายด้วยครับ


    กะหล่ำปลี

    ถ้ามีทางล้างให้สะอาดขอให้เลือกกินใบนอกที่ดูแก่ด้วยเพราะนั่นเป็นแหล่งวิตามินซีที่ "ดุ" กว่าแกนในขาวจองมาก ถ้าอยากกินให้ปลอดภัยก็ต้องเอาไปต้มให้ดีเลยครับแล้วจะล้างยาฆ่าแมลงออกได้มากทีเดียว


    บร็อคโคลี

    อาจมีปอกเปลือกบ้างแต่ส่วนที่อยากให้ทานนอกจากดอกเขียวนุ่มลิ้นแล้วยังมีส่วน "ก้าน" บร็อคโคลีที่เป็นของดีแสนวิเศษมีธาตุต้านมะเร็งกลุ่มสำคัมอยู่ ขอให้ปอกเปลือกให้ดีแล้วเอาก้านมาผัดกินจะอร่อยไม่แพ้หน่อไม้ฝรั่งแพงๆ เลยครับ


     


     


    ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

    http://www.thaihealth.or.th

    25 มี.ค. 2554