• เมื่อเวลาที่คนเรามีความรัก โลกทั้งใบดูเหมือนจะกลายเป็นสีชมพูสดใส ชีวิตช่างมีความสุข มีความหวัง มีรอยยิ้ม มีความสดชื่นกระชุ่มกระชวย แต่ทุกอย่างจะตรงกันข้าม หากชีวิตต้องพบเจอกับความรักที่ไม่สมหวัง ไม่ว่าจะโดนปฏิเสธความรักหรือถูกแฟนทิ้งไปมีใครคนใหม่ ส่วนใหญ่ใครเจอแบบนี้ชีวิตก็มักจะเปลี่ยนจากโลกสีชมพูสดใสกลับกลายเป็นโลกสีเทา จิตใจเศร้าสร้อยหม่นหมอง กินไม่ได้นอนไม่หลับ น้ำหนักลดฮวบฮาบ บางคนเป็นเอามากถึงขั้นทำร้ายตนเองหรือคิดสั้นฆ่าตัวตายก็มี ผู้เขียนจึงขอเสนอวิธีดูแลรักษาตัวเองจากอาการอกหักรักคุดอย่างง่าย ๆ ดังนี้


    1. ทำใจ

    อาการอกหักเป็นเรื่องของจิตใจล้วน ๆ ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำให้ได้คือต้องทำใจเสียก่อน โดยอาจใช้เวลาอยู่กับตัวเองสักพัก ลองอยู่นิ่ง ๆ สงบสติอารมณ์ของตัวเอง พยายามคิดว่าก่อนที่เราจะพบกับคนที่ทำให้เราอกหัก เราก็เคยอยู่อย่างมีความสุขได้ เรามีพ่อแม่ มีเพื่อน ๆ ที่รักเราเสมอและไม่เคยทอดทิ้งเรา เพราะฉะนั้นเราจะไปคิดถึงคนที่ทำให้เราเจ็บปวดทำไม นอกจากนี้ พยายามให้กำลังใจตัวเองไปควบคู่กันว่าสักวันหนึ่งเราจะพบคนที่ใช่สำหรับเราและเราเป็นคนที่ใช่สำหรับเขา และเมื่อถึงวันนั้นเราจะมีความสุขมากกว่าวันนี้


    2. ทิ้งให้หมด

    สิ่งของที่เป็นเหมือนตัวแทนที่ทำให้เราคิดถึงความรักครั้งเก่า เช่น รูปถ่าย การ์ดวาเลนไทน์ จดหมายรัก อีเมลล์ หรือ sms หวานซึ้งโรแมนติก ถ้ามันทำให้เราปวดใจก็ตัดใจทิ้งหรือลบมันไปเสียดีกว่า เพราะถ้ายังเห็นยังดูอยู่ทุกวันก็จะเป็นสิ่งที่คอยตอกย้ำให้เราลืมอดีตไม่ได้ แต่หากเป็นของที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ก็อาจนำไปบริจาคเพื่อให้เกิดความสุขสบายใจดีกว่าเอาไปทำลายทิ้งเสีย


    3. เที่ยว

    การไปท่องเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่ เปลี่ยนบรรยากาศจากสิ่งเดิม ๆ ที่เราพบเจออยู่บ้าง จะช่วยทำให้จิตใจสดชื่นขึ้น ยิ่งถ้าไปกับครอบครัว กลุ่มเพื่อนสนิทที่รู้ใจที่สามารถพูดคุย ปรึกษา ระบายความทุกข์ต่าง ๆ ได้ ก็จะช่วยทำให้สภาพจิตใจที่ห่อเหี่ยวซึมเศร้าฟื้นกลับคืนสู่สภาวะปกติได้รวดเร็วขึ้น และยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวและเพื่อนได้ด้วย


    4. ทำสวย-ทำหล่อ

    ลองเปลี่ยนลุคตัวเองดู เช่น ลองเปลี่ยนผมทรงใหม่ ไปเล่นกีฬา เช่น ว่ายน้ำ ตีกอลฟ์ หรือไปเข้าฟิตเนสออกกำลังกายให้รูปร่างดูดีขึ้น วิธีเหล่านี้นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยสร้างความสุขให้เราได้ เพราะตามธรรมชาติของคนเราเมื่อเรารู้สึกว่าตัวเองดูดีขึ้น มีบุคลิกที่ดีขึ้น เราจะมีความสุขและมีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น ดีไม่ดีจะมีคนมาเรียงแถวขอความรักจากคุณมากจนเลือกไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว


    5. ทำในสิ่งที่ท้าทาย

    มีหลายคนที่เวลามีแฟนก็จะใช้เวลาอยู่กับแฟนจนไม่มีเวลา หรือโอกาสไปไหนมาไหนหรือทำในสิ่งที่ตนเองอยากทำ แต่เมื่อเป็นโสดแล้วก็ถึงเวลาที่อยากจะทำอะไรก็ทำได้อย่างอิสระ เช่น ไปเรียนทำอาหาร ไปเรียนขี่ม้า ถ้ามีทุนมากหน่อยก็อาจจะไปเรียนภาษาคอร์สสั้น ๆ ที่เมืองนอก ซึ่งนอกจากจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ให้กับตัวเองแล้ว บางทีอาจทำให้คุณได้มีโอกาสพบรักใหม่ ๆ ด้วย


    6. ทำความดี

    เวลาอกหักแทนที่คุณจะใช้เวลาไปกับการร้องไห้คร่ำครวญ หรือไปเที่ยวตามผับกินเหล้าเมายาเพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าไม่มีอะไรดี ให้เอาเวลาไปอุทิศตนเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือสังคมน่าจะดีกว่าเช่นไปเยี่ยมเด็กกำพร้า ไปอ่านหนังสือให้คนตาบอดฟัง ไปช่วยเก็บขยะตามชายหาด นอกจากจะช่วยคลายความเหงาในจิตใจให้คุณได้เป็นอย่างดีแล้ว ก็ยังเป็นการทำความดีได้อย่างมากมายทีเดียว


    7. ธรรมะช่วยได้

    หลายคนเวลาที่อกหักมักใช้ธรรมะหรือใช้ศาสนาช่วยบรรเทาความขมขื่นภายในจิตใจ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการที่ช่วยรักษาอาการอกหักที่ได้ผลดีมากทีเดียว อย่ามองว่าธรรมะเป็นเรื่องเชยหรือไร้สาระ เพราะคำสอนของทุกศาสนาล้วนแต่สอนให้เห็นสัจธรรมของชีวิตมนุษย์ เช่นศานาพุทธสอนว่า “ไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้ อย่ายึดมั่นถือมั่นว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นของตน” ศาสนาคริสต์ก็สอนว่า “อนิจจัง อนิจจัง สารพัดอนิจจัง” ดังนั้นการให้ธรรมะเป็นที่พึ่งช่วยดับทุกข์ จะช่วยทำให้คุณคลายทุกข์ มีจิตใจที่สงบเยือกเย็นลงและมองชีวิตในแง่มุมแห่งความเป็นจริงมากขึ้น


    แม้บางคนจะบอกว่าอกหักแล้วเจ็บเจียนตาย แต่ขอให้กำลังใจว่าชีวิตทุกชีวิตมีค่า กว่าจะได้เกิดมาบนโลกใบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ อย่าตอบแทนความผิดหวังหรือความเสียใจด้วยการทำร้ายตัวเอง สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำเมื่อผิดหวังในความรักคือการรักตนเองให้มาก ๆ หาและทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตนเอง รักครอบครัวและคนรอบข้างให้มากขึ้น และทำความดีต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง แล้วสิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา


    จำไว้ว่าอกหักไม่ยักตาย…รักษาได้ด้วยตนเอง


     


     


    ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

    http://www.thaihealth.or.th

    25 มี.ค. 2554