รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม G7 Kobe Health Ministers’ Meeting

  • ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล  สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม G7 Kobe Health Ministers’ Meeting ระหว่างวันที่ 11 – 12 กันยายน 2559 ณ เมืองโคเบะ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ ๑) ร่วมเป็น panelist ในการประชุม ”Attaining Universal Health Coverage (UHC) focusing on Healthy and Active Ageing” ๒) ร่วมประชุมทวิภาคีกับรัฐมนตรีสาธารณสุข ประเทศญี่ปุ่น และเมียนมา

    สำหรับประเด็นสำคัญของการประชุมสรุปได้ดังนี้ :



    ๑. Attaining Universal Health Coverage (UHC) focusing on Healthy and Active Ageing



    • การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเกิดขึ้นทั่วโลก และแต่ละประเทศมีการเตรียมการต่างกัน อย่างไรก็ตามทุกประเทศมีนโยบายในทิศทางเดียวกัน คือการมองผู้สูงอายุอย่างมีคุณค่า การดูแลโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน และการใช้ระบบประกันสุขภาพเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ

    • ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระยะเวลาสั้นที่สุด คือ ๑๖ ปีในการเปลี่ยนผ่านจากสังคมผู้สูงอายุสู่สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์ 

    • รัฐบาลไทยมีนโยบายสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่มีนโยบายเศรษฐกิจมหภาคให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ การสนับสนุนเบี้ยยังชีพ การยืดเวลาเกษียณอายุ การลดค่าบริการรถโดยสารสาธารณแก่ผู้สูงอายุ การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถมีชีวิตที่กระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวาในสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยความสะดวก

    • สำหรับในด้านสุขภาพกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายส่งเสริมและป้องกันโรคตั้งแต่แรกเกิดจนถึงสาระสุดท้ายของชีวิต โดยใช้ระบบหลักประกันสุขภาพเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนที่สำคัญมีการจัดระบบดูแลผู้สูงอายุที่อยุ่ในภาวะพึ่งพิงในระยะยาว โดยทำความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นและมีการทำงานร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อดูแลผู้สูงอายุร่วมกัน โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน มีผู้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน มีกองทุนท้องถิ่น

    • ผลสรุปสำคัญจากที่ประชุม คือทุกประเทศจะร่วมมือกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อเตรียมการสู่สังคมสูงอายุอย่างสง่างามเพื่อธำรงคุณค่าของผู้สูงวัย ได้มีสุขภาพดี ตลอดช่วงที่มีชีวิตอยู่


    ๒. การหารือทวิภาคีระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น 

    ประเทศไทยมีความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น โดยมีความร่วมมือด้านสุขภาพสำคัญ ๒ โครงการ ผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น ได้แก่ โครงการพัฒนารูปแบบบริการระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิงรวมทั้งกลุ่มอายุอื่นที่ต้องการความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน และโครงการพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและการพัฒนาสุขภาพโลก ซึ่งมีความก้าวหน้าเป็นอย่างดีและจะต้องทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อหาจุดร่วมในการพัฒนางานใหม่ เช่น ความร่วมมือในการพัฒนาระบบการดูแลชุมชนผู้สูงอายุประเทศญี่ปุ่นที่ย้ายมาอยู่ในประเทศไทย



    ๓. การสนับสนุนเมียนมาในการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ


    • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเมียนมาขอให้ประเทศไทยจัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุแก่เมียนมาและประเทศอื่นๆ ในเมียนมา

    • รัฐมนตรีว่าการกสธ. ประเทศไทยยินดีสนับสนุนและมอบหมาย กรมอนามัย สปสช. และสรป. ร่วมประสานการดำเนินงานต่อไป


    ๔. ก้าวต่อไปและความท้าทาย


    • การเตรียมการแบบมีวิสัยทัศน์ระยะยาวในการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ระบบดูแลผู้สูงอายุและกำลังคน 

    • การทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน ประชาสังคม เอกชนและท้องถิ่น รวมถึงกลไกการทำงานในกสธ. ที่ยังขาดความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและไม่บูรณาการ



  • ที่มา : สำนักการสาธารณสุขระหว่างประเทศ
    23 กันยายน 2559