รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการดื้อยาต้านจุลชีพในเอเชีย ณ ประเทศญี่ปุ่น

  • ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล  สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการดื้อยาต้านจุลชีพในเอเชีย (Tokyo Meeting of Health Ministers on Antimicrobial Resistance in Asia) เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2559 ณ โรมแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยการประชุมมีวัตถุประสงค์คือ กระตุ้นเจตจำนงและความมุ่งมั่นทางการเมือง (Political commitment) เพื่อแก้ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial resistance: AMR) เนื่องจากปัจจุบันปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพมีมากขึ้น สาเหตุเกิดจากการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุผลทั้งในคน ปศุสัตว์ การประมงและการเกษตรกรรม ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง ประกอบกับผู้วิจัยและบริษัทผู้ผลิตยาไม่มีแรงจูงใจในการวิจัยและการผลิตยาปฏิชีวนะใหม่ๆ ดังจะเห็นได้ว่าไม่มียาปฏิชีวนะตัวใหม่ๆ ออกมาใช้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1990 จึงทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกตกอยู่ในวิกฤติร่วมกันคือ ทำให้โรคที่เคยรักษาหายได้ด้วยยาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาหายได้อีกต่อไป (Post-antibiotic era) โดยคาดว่าในปีค.ศ. 2050 ทั่วโลกจะมีคนเสียชีวิตจากปัญหาเชื้อดื้อยา รวม 10 ล้านคน และประเทศในทวีปเอเชียจะได้รับผลกระทบมากที่สุดเพราะจะเสียชีวิตมากที่สุด ซึ่งสูงถึง 4.7 ล้านคน

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้รับทราบสถานการณ์ ความรุนแรงของปัญหาและได้แสดงวิสัยทัศน์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าในการพัฒนาและดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ (National Action Plan) ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์โลกว่าด้วยการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพ (Global Action Plan on AMR) ที่ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 68 (พ.ศ. 2558)



    ผลการประชุม 

    1) ที่ประชุมรับรองแถลงการณ์ของรัฐมนตรีสาธารณสุข (Ministerial Communique) ว่าด้วยความร่วมมือของประเทศในแถบเอเชีย-แปซิฟิกในการจัดการปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพในเอเชีย 

    2) ญี่ปุ่นจะนำแถลงการณ์ของรัฐมนตรีสาธารณสุขจากการประชุมนี้ เสนอในการประชุมระดับผู้นำประเทศกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ (G7 Summit) ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559 และการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำระดับรัฐมนตรีสาธารณสุข (G7 Health Minister) ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2559 เพื่อขับเคลื่อนเรื่อง AMR เข้าสู่การประชุมระดับสูงของการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2559 ต่อไป

    ทั้งนี้ ในระหว่างการเข้าร่วมประชุมดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้หารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีสาธารณสุขและผู้นำองค์กรด้านสุขภาพ ดังนี้ :

    1. H.E. Yayuhisa  Shiozaki รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ ประเทศญี่ปุ่นได้หารือในประเด็นเกี่ยวกับความร่วมมือทางด้านสาธารณสุขระหว่างรัฐบาลไทยกับญี่ปุ่น ในการผลักดันเรื่องเชื้อดื้อยาเข้าสู่ที่ประชุม G7 Summit และการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ณ กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รวมทั้งความร่วมมือทางสุขภาพในประเด็นการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC) ประเด็นการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว และศักยภาพด้าน Global Health Diplomacy




    2. Prof. Dame Sally Davies, Chief Medical Office (CMO), Department of Health ของอังกฤษ ได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอให้ไทยในฐานะประธานกลุ่ม G77 ช่วยผลักดันให้มีการประชุมว่าด้วยเรื่องการดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR)  ในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในเดือนกันยายน พ.ศ. 2559


    3. Dr. Poonam Ketrapal Singh ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง WHO Regional Office for SEAR กับรัฐบาลประเทศไทยในประเด็นเรื่องเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 flagships ของ RD และความร่วมมือด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น การควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการกำจัดโรคติดต่อบางประเภทในกลุ่มประเทศ SEARO เช่น Schistosomiasis, Malaria, and Yaws เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับความร่วมมือผ่านแผนงาน CCS ในระยะ 5 ปีรอบใหม่ (ค.ศ. 2017 - 2021)


     4. H.E. Ass. Prof. Dr. Nguyen Thi Kim Tien รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้หารือเกี่ยวกับการสร้างความเข้มแข็งในความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศในด้านการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC), การประเมินเทคโนโลยีสุขภาพ (HITA), การบริหารกองทุนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเก็บภาษีจากการสูบบุหรี่ (sin tax) และการพัฒนาระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ


    การดำเนินการต่อไป

    1. ผลักดัน (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทย พ.ศ. 2559 – 2561 (Thailand’s National Antimicrobial Resistance Strategy 2016 – 2018) เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว

    2. สานต่อและเชื่อมโยงกับประเด็นเรื่อง Global Health Security Agenda (GHSA) ซึ่งประเทศไทยเป็น Lead country ใน 2 Packages คือ Dectect-1 “National Laboratory System” และ Detect-5 “Workforce Development” และเป็น Contributing country ใน 1 Package คือ Prevent-1 “Antimicrobial resistance”

     

     





     

  • ที่มา : สำนักการสาธารณสุขระหว่างประเทศ
    25 เมษายน 2559