ข้อสอบภาษาอังกฤษ DIFA TES จะใช้เพื่อคัดเลือกข้าราชการผู้สมัครรับทุนต่างประเทศตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป

  • สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ เป็น หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศที่รับผิดชอบภารกิจด้านการฝึกอบรมและการทดสอบทักษะด้านภาษา โดยทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการจัดการทดสอบทักษะภาษาอังกฤษของข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบุคลากรของหน่วยงานราชการ/องค์กรของรัฐ ที่สมัครรับทุนศึกษา ฝึกอบรมในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนที่ดำเนินการโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (เดิมชื่อ สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ – สพร.) เพื่อการคัดเลือกผู้สมัครรับทุนฯ บุคลากรที่จะไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ และทดสอบเพื่อใช้ประโยชน์ตามความประสงค์ของหน่วยงาน

    ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ ได้ดำเนิน “โครงการพัฒนา ยกระดับ และจัดทำข้อสอบภาษาอังกฤษของสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการให้มาตรฐานในระดับสากล” ซึ่งเป็นการสร้างข้อสอบใหม่เพื่อใช้เป็นข้อสอบกลางสำหรับทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจที่จะรับทุนไปศึกษา/ฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ แทนข้อสอบภาษาอังกฤษเดิม (DTEC Test) ที่ใช้มาเป็นระยะเวลาเกือบ 20 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงเนื้อหา รูปแบบ ให้ทันสมัยและครอบคลุมทักษะทั้ง 4 ด้าน (ฟัง พูด อ่าน เขียน) และมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

    ขณะนี้การพัฒนาข้อสอบดังกล่าวได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยข้อสอบใหม่ “DIFA TES” จะนำมาใช้จริงแทนที่ DTEC Test ตั้งแต่ มกราคม ปี พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป

    การทดสอบ DTEC Test (ข้อสอบเก่า)

    การทดสอบภาษาอังกฤษเดิมของสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

    1. Placement Test คือ ข้อสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษทั่วไป เพื่อใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน

    2. Practical Test คือ ข้อสอบเพื่อใช้คัดเลือกผู้สมัครรับทุนฝึกอบรม ดูงาน ในต่างประเทศ

    3. Academic Test คือ ข้อสอบเพื่อใช้คัดเลือกผู้สมัครรับทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาโท – เอก สัมมนา งานวิจัยเชิงวิชาการ วุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรที่สูงกว่าระดับปริญญาตรี และสอบเพื่อคัดเลือกบุคคลไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ

    ข้อสอบทั้ง 3 ประเภท ประกอบด้วยข้อสอบการอ่านและการฟัง โดยส่วนราชการ/หน่วยงานต้นสังกัดของผู้สมัครฯ หรือ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นผู้ส่งรายชื่อเข้ารับการทดสอบ และสถาบันฯ จะรายงานผลสอบเป็นค่าร้อยละโดยเฉลี่ยคะแนนจากทั้งสองทักษะ โดยส่งผลสอบไปที่กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือ ส่วนราชการ/หน่วยงานต้นสังกัดที่เป็นผู้ส่งรายชื่อเข้ารับการทดสอบ 

    การทดสอบ  DIFA TES (Devawongse Varopakarn Institute of Foreign Affairs Test of English Skills) และความแตกต่างจากข้อสอบเดิม

    ข้อสอบ DIFA TES เป็นข้อสอบที่มีวัตถุประสงค์ใช้เพื่อทดสอบข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบุคลากรของหน่วยงานราชการ/องค์กรของรัฐ ผู้สมัครรับทุนฝึกอบรม ดูงาน สัมมนาในต่างประเทศ รวมถึงทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาโท – เอกในต่างประเทศ และสอบเพื่อคัดเลือกบุคคลไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ซึ่งจะนำมาใช้แทนที่ Practical Test และ Academic Test ที่จะถูกยกเลิก

    ลักษณะข้อสอบ

    ข้อสอบ DIFA TES ประกอบด้วย ข้อสอบวัดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ การอ่าน การฟัง การเขียน และการพูด โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

    1. Compulsory Tests หรือข้อสอบภาคบังคับที่ผู้สมัครเข้ารับการทดสอบทุกคนจะต้องสอบเป็นอย่างน้อย ประกอบด้วยข้อสอบการอ่านและการฟัง โดยสอบด้วยกันทั้ง 2 ทักษะ ในคราวเดียว

    1.1. ข้อสอบการอ่าน (Reading) ใช้เวลาทำ 90 นาที จำนวนคำถาม 35 – 40 ข้อ ข้อสอบจะวัดความสามารถของผู้สอบในการบอกถึงใจความสำคัญ การบอกถึงข้อมูลหรือรายละเอียดที่สำคัญ ความเข้าใจใจความหลักและรายเอียดสนับสนุน การอนุมานความหมายของข้อความ การเดาความหมายของคำศัพท์ที่ไม่รู้จักจากข้อมูลที่มี โดยมีรูปแบบของการตอบคำถามดังนี้

    - Multiple Choice เลือกคำตอบ a b c หรือ d

    - Short Answer เขียนคำตอบสั้นๆ ในช่องว่าง ไม่เกิน 4 คำ

    - Matching จับคู่คำหรือวลีกับประโยคให้ถูกต้อง

    - True/False with Justification ระบุว่าประโยคนั้นจริงหรือเท็จ พร้อมคัดลอก 4 คำแรกจากประโยคในโจทย์ที่เป็นหลักฐานสนับสนุนคำตอบของผู้เข้าสอบ ซึ่งจะต้องเป็นประโยคที่บ่งบอกให้รู้ว่าข้อความนั้นจริงหรือเท็จ

    - Sequencing เรียงลำดับเหตุการณ์ก่อน-หลังของบทความให้ถูกต้องตามลำดับ

    1.2. ข้อสอบการฟัง (Listening) ใช้เวลา 45 นาที จำนวนคำถาม 27 – 32 ข้อ ข้อสอบจะวัดความสามารถของผู้สอบในการบอกถึงใจความสำคัญ การบอกถึงข้อมูลหรือรายละเอียดที่สำคัญ ความเข้าใจใจความหลักและรายเอียดสนับสนุน การอนุมานความหมายของบทสนทนา โดยมีรูปแบบของการตอบคำถามดังนี้

    - Multiple Choice เลือกคำตอบ a b c หรือ d

    - Short Answer เขียนคำตอบสั้นๆ ในช่องว่าง ไม่เกิน 4 คำ

    - Matching จับคู่คำหรือวลีกับประโยคให้ถูกต้อง

    2. Optional Tests หรือข้อสอบทางเลือก ได้แก่ ข้อสอบการเขียน และข้อสอบการพูด ซึ่งผู้เข้าสอบสามารถสมัครเข้ารับการทดสอบทักษะใดทักษะหนึ่ง หรือทั้งสองทักษะ หรือไม่ต้องสอบก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและความต้องการของผู้ให้ทุน เช่น หากแหล่งทุนระว่าผู้สมัครต้องมีทักษะการพูดหรือเขียนดี หรือทั้งสองอย่าง หรือการฝึกอบรมนั้นๆ จำเป็นต้องใช้ทักษะการพูดและ/หรือเขียนมาก หรือตามความประสงค์ของผู้เข้าสอบ 

    2.1. ข้อสอบการเขียน (Writing) จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ให้เลือก โดยผู้สอบจะต้องพิจารณาว่าผลสอบจะนำไปใช้สมัครทุนประเภทไหน และความต้องการของแหล่งทุนระบุว่าอย่างไรคือ 

    - General Training สำหรับผู้สอบเพื่อใช้ผลสอบไปสมัครทุนการฝึกอบรมในต่างประเทศ โดยไม่ได้เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาบัตร

    - Academic สำหรับผลสอบไปสมัครทุนศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี และโท-เอก ในต่างประเทศ

    ข้อสอบจะวัดระดับความสามารถในการเขียนของผู้สอบโดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ ว่าผู้เข้าสอบสามารถเขียนได้ตามวัตถุประสงค์ที่โจทย์ระบุ สามารถจัดเรียงข้อความได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงประโยคโดยมีความหมายที่ชัดเจนและเกี่ยวข้อง เป็นไปตามรูปแบบของการเขียนที่ถูกต้อง และการเลือกใช้คำศัพท์ ไวยากรณ์ และโครงสร้างประโยคได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ข้อสอบใช้เวลาทำ 90 นาที โดยมีโจทย์ 2 ข้อ ดังนี้

    ข้อ 1       สำหรับผู้สอบทุกคน                      เขียนอีเมล์/จดหมาย                                 ความยาวไม่เกิน 200 คำ

    ข้อ 2 A    สำหรับผู้สอบ General Training   เขียนเรียงความ                                 ความยาวไม่เกิน 300 คำ

    ข้อ 2 B    สำหรับผู้สอบ Academic        เขียนบทความ/แผ่นพับ/ใบปลิว/รายงาน     ความยาวไม่เกิน 300 คำ

    2.2. ข้อสอบการพูด (Speaking) ข้อสอบจะวัดความสามารถของผู้เข้าสอบในด้าน ความคล่อง (Fluency) ความเกี่ยวข้องสอดคล้องกับหัวข้อ (Coherence) คำศัพท์และการเลือกใช้คำ ไวยากรณ์ การออกเสียง การพูดที่สื่อสารได้ชัดเจนและแสดงเหตุผลได้น่าเชื่อถือ ใช้เวลาสอบโดยรวมประมาณ 15 นาที โดยการสอบแบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้

    - Question and Answer ใช้เวลาประมาณ 3 – 4 นาที โดยผู้สอบจะต้องตอบคำถามโดยไม่มีการเตรียมตัวในหัวข้อทั่วไปซึ่งที่เป็นที่รู้จักคุ้นเคย จำนวน 2 หัวข้อ และคู่สนทนา (ผู้สัมภาษณ์) จะถามคำถามอย่างน้อย 2 ข้อ ในแต่ละหัวข้อ โดยให้ผู้เข้าสอบตอบสั้นๆ

    - Long Turn ผู้เข้าสอบจะได้รับโจทย์เป็นเอกสารซึ่งระบุ คำถาม 3 ข้อ ในหัวข้อทั่วไปที่เป็นที่รู้จักคุ้นเคย โดยให้เวลาเตรียมตัว 2 นาที และจากนั้นให้ผู้เข้าสอบพูดต่อเนื่องประมาณ 3 – 4 นาที โดยตอบคำถาม/แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนั้นตามหัวข้อที่ระบุ 

    - Open Ended Discussion ผู้เข้าสอบจะได้รับโจทย์เป็นเอกสารซึ่งระบุ คำถาม 1 ข้อ ในหัวข้อทั่วไปและมีรูปภาพประกอบ จากนั้นผู้เข้าสอบจะต้องสนทนากับคู่สนทนาในหัวข้อนั้นโดยไม่มีการเตรียมตัว เป็นเวลาประมาณ 4 นาที ผู้เข้าสอบจะต้องเริ่มบทสนทนาโดยตอบคำถามตามหัวข้อที่ระบุด้วย

    ผลการทดสอบ

    ผลการทดสอบจะอิงตามเกณฑ์การวัดความสามารถในการใช้ภาษาของ Common European Framework of Reference (CEFR) ซึ่งสำหรับข้อสอบ DIFA TES นี้ ผลสอบจะแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้

    C1               = Proficient User – Advanced (ระดับสูง)

    B2+             = B2 ในระดับสูง แต่ไม่ถึง C1

    B2               = Independent User - Upper intermediate (ระดับกลางค่อนไปทางสูง) 

    B1+             = B1 ในระดับสูง แต่ไม่ถึง B2

    B1               = Independent User - intermediate (ระดับกลาง)

    Below B1    = ต่ำกว่า B1 ซึ่งถือว่าไม่ผ่าน เพราะไม่เพียงพอต่อการใช้เพื่อไปศึกษา/ฝึกอบรม ต่างประเทศ

    โดยผลสอบจะรายงานแยกกันในแต่ละทักษะ และทุกๆ ทักษะจะใช้เกณฑ์เดียวกันนี้ ทั้งนี้สามารถอ่านนิยามระดับผลสอบของแต่ละทักษะได้[คลิกที่นี่]

    การสมัครเข้ารับการทดสอบ 

    ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบุคลากรของหน่วยงานราชการ/องค์กรของรัฐทุกคนสามารถสมัครสอบได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องให้หน่วยงานต้นสังกัดเสนอชื่อ และไม่จำเป็นต้องสมัครรับทุน สามารถสมัครสอบเพื่อเตรียมผลสอบไว้ใช้ได้ทันที โดยการสมัครทางระบบออนไลน์

    ซึ่งจะเปิดให้บริการในอนาคต (ประมาณเดือนมีนาคม 2559) โดยระบบออนไลน์ดังกล่าวจะบันทึกข้อมูลและประวัติการทดสอบของผู้สอบ โดยมี Username/password ให้ผู้สอบเข้าใช้งานในการสมัครสอบและตรวจสอบผลสอบของตนเอง 

    สำหรับในปัจจุบันระบบดังกล่าวยังไม่เปิดให้บริการ ให้ใช้วิธีการสมัครสอบแบบชั่วคราวโดยสมัครทางเว็บไซต์ http://www.mfa.go.th/dvifa ซึ่งจะเริ่มเปิดรับสมัครในเดือนพฤศจิกายน 2558 โดยสามารถอ่านรายละเอียดขั้นตอนการสมัครสอบและตารางสอบ[คลิกที่นี่]

    ทั้งนี้ผู้ที่จะมีสิทธิ์สมัครเข้ารับการทดสอบทางเลือก คือ การเขียนและ/หรือการพูด จะต้องมีผลสอบผ่านภาคบังคับ ทั้งการอ่านและการฟัง อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า B2 ในทั้งสองทักษะ และต้องเป็นการสอบครั้งเดียวกัน (ไม่สามารถนำผลสอบ 2 ครั้งมารวมกันได้) 

    หากผลสอบไม่เป็นที่พอใจหรือสอบไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่แหล่งทุนกำหนด หรือผู้เข้าสอบต้องการสมัครสอบใหม่ สามารถสมัครสอบครั้งต่อไปได้ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน หลังจากการสอบครั้งแรกเสร็จสิ้น

    ค่าธรรมเนียมการทดสอบ

    - การอ่าน + การฟัง  1,500 บาท (ทักษะละ 750 บาท)

    - การเขียน              1,500 บาท

    - การพูด                 1,500 บาท

    การรายงานผลสอบ

    สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการจะรายงานผลสอบเป็นรายบุคคล โดยส่งผลสอบ (เอกสารรับรองผลสอบฉบับจริง) ไปที่ตัวผู้สอบโดยตรงทางไปรษณีย์ ภายหลังการสอบเสร็จสิ้น ๒ สัปดาห์เป็นต้นไป ทั้งนี้หากระบบรับสมัครออนไลน์เปิดให้บริการแล้ว ผู้สมัครสอบสามารถตรวจสอบผลการทดสอบของตนเองทางระบบออนไลน์ได้อีกทางหนึ่ง (หลังการสอบเสร็จสิ้น 2 สัปดาห์) อนึ่ง ผลการทดสอบมีอายุ 2 ปี

    การนำผลสอบไปใช้ในการสมัครรับทุน

    แต่เดิมจนถึง ณ ปัจจุบัน กระบวนการคัดเลือกผู้สมัครรับทุนของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (สพร. เดิม) จะดำเนินการโดยแจ้งเวียนส่วนราชการต่างๆ ที่ได้รับการจัดสรรทุนในหลักสูตรนั้นๆ ให้พิจารณาเสนอชื่อผู้สมัครตามโควตาที่กำหนด และเมื่อแต่ละส่วนราชการเสนอชื่อผู้สมัครแล้ว ผู้สมัครที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องเข้ารับการทดสอบภาษาอังกฤษ Practical Test หรือ Academic Test เพื่อคัดเลือกผู้สมัคร ในขั้นสุดท้าย จากนั้น กรมความร่วมมือระหว่างประเทศจะดำเนินการเสนอชื่อผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกไปที่แหล่งทุน ณ ประเทศผู้ให้ทุน

    เมื่อข้อสอบ DIFA TES ถูกนำมาใช้ในปี 2559 แทน Practical Test และ Academic Test ที่จะถูกยกเลิก กรมความร่วมมือระหว่างประเทศจะเปลี่ยนกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครรับทุนใหม่ โดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศจะไม่จัดการทดสอบเพื่อคัดเลือกผู้สมัครอีกต่อไป เนื่องจากผู้มีสิทธิ์รับทุนทุกคนสามารถสมัครสอบเองได้โดยไม่ต้องผ่านต้นสังกัดหรือกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยทุกครั้งที่มีการแจ้งเวียนให้สมัครรับทุนไปที่ส่วนราชการต่างๆ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศจะระบุเกณฑ์ผลสอบภาษาอังกฤษที่จะสามารถใช้สมัครรับทุนนั้นๆ ได้ เช่น การอ่าน B1 + การฟัง B1 หรือ การอ่าน B2 + การฟัง B2 + การเขียน B2 + การพูด B2 เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและระดับทักษะภาษาอังกฤษที่จำเป็นต้องใช้สำหรับทุนนั้นๆ โดยผู้สมัครรับทุนจะต้องยื่นผลสอบพร้อมใบสมัครรับทุน 

    อนึ่ง ผลสอบอื่นที่มีมาตรฐานสากล เช่น TOEFL IELTS อาจสามารถนำมาใช้ในการสมัครรับทุนได้ ในกรณีที่ข้อกำหนดของแหล่งทุนระบุไว้ ซึ่งกรมความร่วมมือระหว่างประเทศจะระบุมาในเกณฑ์การคัดเลือกผู้สมัครของแต่ละทุนที่แจ้งเวียนรับสมัคร อย่างไรก็ตาม กรมความร่วมมือระหว่างประเทศจะใช้ผลสอบ DIFA TES เป็นหลักหากแหล่งทุนไม่ได้ระบุให้ใช้ผลสอบอื่นได้ ดังนั้นผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครรับทุนต่างประเทศจึงควรเข้ารับการทดสอบ DIFA TES เพื่อเก็บผลสอบไว้ใช้ในการสมัครรับทุน

    สรุปขั้นตอนการสมัครรับทุนกรมความร่วมมือระหว่างประเทศสำหรับผู้สมัครรับทุน

    1. ผู้ประสงค์จะสมัครรับทุน สมัครเข้ารับการทดสอบ DIFA TES ด้วยตนเอง (เริ่มสมัครได้ตั้งแต่พฤศจิกายน 2558 เป็นต้นไป) และเก็บผลการทดสอบไว้

    2. เมื่อกรมความร่วมมือระหว่างประเทศจัดสรรทุนมาที่กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงฯ จะแจ้งเวียนรับสมัครพร้อมระบุเกณฑ์ทักษะความรู้ภาษาอังกฤษที่ต้องใช้ในการสมัครตามที่กรมความร่วมมือระหว่างประเทศกำหนด ผู้สมัครต้องตรวจสอบว่าผลการทดสอบที่มีอยู่นั้นสามารถสมัครรับทุนนั้นๆ ได้หรือไม่ โดยผู้สมัครจะต้องมีผลสอบ DIFA TES หรือผลสอบอื่นตามที่ระบุในเอกสารแจ้งเวียนทุนเท่านั้น จึงจะสามารถสมัครได้ 

    3. หากสามารถสมัครได้ ให้ยื่นใบสมัครสอบพร้อมผลการทดสอบผ่านต้นสังกัด เพื่อให้ต้นสังกัดดำเนินการเสนอชื่อไปที่กระทรวงสาธารณสุข

    4. กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาคัดเลือกและเสนอชื่อผู้สมัครไปที่กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ

    5. กรมความร่วมมือระหว่างประเทศพิจารณาคัดเลือกและเสนอชื่อผู้สมัครไปที่แหล่งทุนเพื่อพิจารณาคัดเลือกต่อไป

    * หมายเหตุ : ข้อมูลดังกล่าวได้จากการประสานงานกรมความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการ โดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศจะไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจนกว่าจะมีการแจ้งรับสมัครทุนฯ

    สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามข้อมูลข่าวสาร และสามารถดูตัวอย่างข้อสอบได้ที่ http://www.mfa.go.th/dvifa 


     

     

     

     

  • ที่มา : สำนักการสาธารณสุขระหว่างประเทศ
    12 พฤศจิกายน 2558