เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์เข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

  • ฯพณฯ นางฉั่ว ซิ่ว ซาน (H.E. Mrs. Chua Siew San) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ห้องรับรอง ชั้น ๑ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมีสรุปผลการการเข้าเยี่ยมคารวะดังกล่าว ดังนี้

    ๑. ฝ่ายสิงคโปร์ขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ให้เข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้โดยต้องการแสดงความยินดีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่ใหม่ และแจ้งว่าหากมีอะไรที่จะให้ฝ่ายสิงคโปร์สนับสนุนก็ขอให้ฝ่ายไทยแจ้งความประสงค์

    ๒. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่าไทยมีความสนใจในเรื่องการให้บริการสุขภาพโดยเฉพาะในเรื่อง Healthcare Financing เนื่องจากขณะนี้ ไทยกำลังดำเนินนโยบาย Medical hub จึงใคร่ขอทราบการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวของสิงคโปร์ และความเป็นไปได้ในการร่วมมือด้านการบริการสุขภาพระหว่างไทยและสิงคโปร์ เช่น การส่งต่อผู้ป่วย ซึ่งฝ่ายสิงคโปร์เต็มใจที่จะให้ความร่วมมือและยินดีหากฝ่ายไทยต้องการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในด้านดังกล่าว พร้อมทั้งได้กล่าวชื่นชมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสิงคโปร์ โดยได้ยกตัวอย่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ที่มีผู้เข้ารับการรักษาหลากหลายเชื้อชาติ ซึ่งโรงพยาบาลมีบุคลากรที่สามารถพูดได้หลายภาษา

    ๓. ฝ่ายไทยได้เสนอให้ไทยและสิงคโปร์มีความร่วมมือกันในด้านการเฝ้าระวังโรคติดต่ออย่างเป็นระบบ (Communicable Disease Surveillance) เพื่อให้เป็นการตอบสนองและมีความสอดคล้องต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตามนโยบาย Medical Hub ของไทย เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยที่มากขึ้น อาจทำให้โรคติดต่อเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งฝ่ายสิงคโปร์ก็เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงความยินดีที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลในด้านดังกล่าวและยินดีให้ไทยไปศึกษาดูงานที่สิงคโปร์ เนื่องจากที่ผ่านมาสิงคโปร์เคยประสบปัญหาการระบาดของโรค SARS และสามารถจัดการกับการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ ฝ่ายไทยและสิงคโปร์มีความเห็นพ้องกันว่า ความร่วมมือระหว่างไทยและสิงคโปร์ในด้านการเฝ้าระวังโรคติดต่อ จะเป็นประโยชน์ในควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อได้ในอนาคต



  • ที่มา : สำนักการสาธารณสุขระหว่างประเทศ
    14 มีนาคม 2556