สรุปข่าวการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ประเทศเฮติ ประจำวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553

  • Dr. Mirta Roses ผู้อำนวยการของ PAHO/WHO ได้แถลงภายหลังเดินทางกลับจากเฮติและโดมินิกัน เรียกร้องให้ประชาคมโลกมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเฮติบูรณะฟื้นฟูประเทศในระยะยาวต่อไป เนื่องจากบุคลากรจำนวนมากของประเทศเสียชีวิตในเหตุการณ์ธรณีพิบัติ ทั้งนี้ ต้องสนับสนุนให้รัฐบาลและประชาชนเฮติเป็นฝ่ายนำในการฟื้นฟูประเทศ 


    PAHO ได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขแห่งสาธารณรัฐโดมินิกัน ปฏิบัติงานช่วยเหลือเฮติทั้งที่สำนักงานถาวรในเมือง Santo Domigo และที่ศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ต่างๆ บริเวณชายแดนในเมือง Jimani และกล่าวชื่นชมรัฐบาลโดมินิกันที่ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่เฮติ ตั้งแต่ เวชภัณฑ์ ยา และวัคซีน ซึ่งเป็นแหล่งการช่วยเหลือส่วนมากด้านนี้  


    สื่อมวลชนและหน่วยงานระหว่างประเทศต่างๆ ยังคงเสนอข่าวสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากธรณีพิบัติในเฮติอย่างต่อเนื่อง สรุปรายงานล่าสุดจากเว็บไซต์ ดังนี้


    1. กระทรวงสาธารณสุขเฮติ โดยการสนับสนุนจาก PAHO/WHO, UNICEF และองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ ได้ร่วมกันรณรงค์การฉีดวัคซีนโรคหัดเยอรมันและคอตีบแก่กลุ่มเป้าหมายที่อาศัยในเต็นท์ที่พักชั่วคราว 

    2. World Food Programme ได้แจกจ่ายอาหารแก่ประชาชนแล้ว ประมาณ 750,000 คน รวมทั้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและโรงพยาบาลต่างๆ

    3. ในการป้องกันโรคระบาด จำเป็นต้องจัดให้มีห้องสุขากลางแจ้งเพิ่มอีกมากกว่า 7,000 ห้อง เด็กจำนวนมากกำลังประสบปัญหาเป็นโรคอุจจาระร่วง 

    4. การรักษาผู้บาดเจ็บสาหัสเริ่มลดลง แต่ประชาชนเริ่มแสดงอาการมีปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น 

    5. PAHO/WHO ได้จัดการลงทะเบียนออนไลน์อาสาสมัครช่วยเฮติ โดยจะรับสมัครสาขาอาชีพตามลำดับความสำคัญ คือ ด้านสาธารณสุข แพทย์ และ/หรือ ด้านการรับมือกับภัยพิบัติ โดยผู้สมัครต้องพูดภาษาฝรั่งเศสได้ดี เข้าสมัครได้ที่ http://new.paho.org/haitivolunteers/index.php 

    6. PAHO/WHO ได้เริ่มประเมินความเสียหายของอุปกรณ์ เครื่องมือ ในสถานพยาบาลต่างๆ จากธรณีพิบัติ ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เพื่อให้คำแนะนำการซ่อมแซม หรือจัดซื้อใหม่ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในอาทิตย์นี้ 

    7. ล่าสุด PAHO/WHO ได้จัดส่งพยาบาล 5 คน จากปานามา เข้าปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการโรงพยาบาล การฟื้นฟูสภาพ การดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยอาการหนัก และบาดเจ็บจากไฟไหม้ 

    8. LSS/SUMA ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการสิ่งของที่ได้รับจากการบริจาค ดำเนินการใน Jimani และโดมินิกัน ได้จัดส่งของให้โรงพยาบาลต่างๆ บริเวณชายแดน แล้วมากกว่า 400 ตัน

    9. สถานีโทรทัศน์ Aljazeera และ BBC ต่างเสนอข่าวและรายละเอียดการลักพาตัวและการค้าเด็กเฮติข้ามชาติ จำนวน 33 คน โดยกลุ่มผู้สอนศาสนาชาวอเมริกา ซึ่งอ้างว่ามีความหวังดีต่อเด็ก นายกรัฐมนตรีเฮติให้สัมภาษณ์ว่ากลุ่มคนเหล่านี้รู้ตัวดีว่าตนกระทำผิดที่พยายามลักลอบนำเด็กออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และเฮติพร้อมที่จะให้มีการดำเนินคดีในสหรัฐอเมริกาเนื่องจากสำนักงานศาลแห่งเฮติได้ถูกทำลายจากแผ่นไหว ในขณะที่เด็กในกลุ่มที่กำลังร้องไห้กล่าวว่าตนเองมีพ่อแม่ ไม่ได้เป็นเด็กกำพร้า 


    Save the Children, IOM และรัฐบาลเฮติ ต่างกล่าวตำหนิการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แสวงหาประโยชน์จากผู้ประสบภัย เด็กต้องได้รับการช่วยเหลือดูแลให้สามารถอยู่กับชุมชน หรือครอบครัว แทนที่จะถูกยกให้ชาวต่างชาติ และการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม แต่เป็นการลักพาตัว


    -------------------------------------------------


    ฝ่ายความร่วมมือสาธารณสุขระดับโลก

    สำนักการสาธารณสุขระหว่างประเทศ

    3 กุมภาพันธ์ 2553


  • ที่มา : WHO/PAHO, MSF, Aljazeera, BBC
    4 กุมภาพันธ์ 2553