สรุปข่าวการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ประเทศเฮติ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2553

  • สถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวในเฮติ สรุปรายงานล่าสุดจากเว็บไซต์ของ PAHO/ WHO, UN, BBC, ALJAZEERA ดังนี้ 


    1. รายงานของ PAHO/WHO จากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน Emergency Operation Center Situation Report ขอให้มุ่งเน้นความสำคัญที่การดูแลผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัด และสรุปภาพรวม ดังนี้


    ภาพรวมสถานการณ์



    • ประชาชนกว่า 230,000 คน ได้อพยพไปยังเขตชนบทนอกกรุงปอร์โตแปรงซ์ไปทางทิศเหนือและทิศตะวันตก

    • การดูแลผู้ประสบภัยหลังการผ่าตัดยังคงเป็นความต้องการและมีความสำคัญมาก แต่มีโรงพยาบาลในเมืองหลวงเพียง 3 แห่ง ที่จะรับดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัดได้

    • การให้ความช่วยเหลือทั้งทางสุขภาพและอื่นๆ ต้องให้การช่วยเหลือดูแลสมาชิกครอบครัวของผู้ป่วยด้วย

    • ประชาชนอีกประมาณ 900,000- 1.1 ล้านคน ต้องการที่พักอาศัยชั่วคราว ส่วนมากยังคงอยู่ในเมืองหลวงและจำเป็นต้องสร้างที่พักให้มั่นคงกว่าปัจจุบันเพื่อให้เหมาะสมกับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง

    • รัฐบาลเฮติขอร้องให้หน่วยแพทย์ในพื้นที่ขยายระยะเวลาทำงานให้นานกว่าเดิมเพื่อลดภาระการบริหารจัดการ และสร้างความมั่นใจว่าได้ให้บริการรักษา ดูแลและฟื้นฟูสภาพของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

    • มีแผนจะขยายการช่วยเหลือในพื้นที่ 200 แห่ง ให้เข้าถึงประชาชนจำนวน 500,000 คน/วัน ประกอบด้วย การช่วยเหลือ น้ำ บริการต่างๆ และอุปกรณ์เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพอนามัย

    • กำลังประเมินสถานการณ์ด้านภาวะโภชนาการของประชาชนในค่ายที่พักชั่วคราว 200 แห่งในเมืองหลวง

    • WHO ได้จัดซื้อคู่มือ interagency emergency health kits-iehk จากดูไบ ซึ่งจะขนส่งมาถึงเฮติในวันนี้ เพื่อใช้รักษาโรคทั่วไปแก่ผู้ป่วยได้ถึง 10,000 คน ภายใน 3 เดือน


     ความร่วมมือระหว่าง PAHO/WHO



    • ทำหน้าที่และมีบทบาทนำในกลุ่มสุขภาพ (Health Cluster) ดำเนินงานด้านโภชนาการ ค่ายพักอาศัย ลอจิสติก บริหารจัดการด้านสารสนเทศ ประสานการดำเนินงานกับ PROMESS รวมทั้งการวางใบสั่ง และสนองความต้องการภายในเฮติ (placing orders& matching needs)

    • ในเร็วๆ นี้จะจัดตั้งหน่วยดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัดเพิ่มขึ้น

    • ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการด้านการแพทย์แก่โดมินิกันที่ดำเนินงานในบริเวณเขตชายแดน

    • ทำหน้าที่ประเมินการให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับยา  วัคซีน อุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมทั้งให้ข้อแนะนำการนำไปใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการในพื้นที่ต่างๆ 

    • มีระบบการบริหารจัดการเพื่อจำแนกสิ่งของบริจาคที่สนามบินในกรุงปอร์โตแปรงซ์และโดมินิกัน โดย LSS/SUMA, PAHO/WHO

    • PAHO/WHO ได้จัดทำคู่มือสำหรับผู้ปฏิบัติงานรวมทั้งข้อมูลด้านภูมิคุ้มกันโรค สุขภาพจิต และมาลาเรีย


    2. รายงานข่าวส่าสุดของ UN แถลงเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2553 ดังนี้



    • ให้ความสำคัญต่อการดูแลผู้ประสบภัยระยะยาวด้านสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ

    • ประมาณการผู้เสียชีวิต จำนวน 150,000 คน

    • การดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัดที่มีอาการหนักมีความต้องการมากและยังคงขาดแคลน ขณะนี้มีความต้องการคณะทำงานเพิ่มอีกอย่างน้อย 2-3 คณะ เพื่อดูแลการติดเชื้อและผู้ป่วยที่ต้องตัดอวัยวะ

    • การทำกายภาพบำบัดสำหรับผู้ที่ต้องผ่าตัดอวัยวะ แขน ขา จำนวนนับหมื่นๆ รายจำเป็นต้องได้รับการฝึกกายบำบัดระยะยาวเป็นปี จึงจำเป็นที่บุคลากรด้านการแพทย์ที่มีทักษะด้านนี้ต้องปฏิบัติงานต่อไปในเฮติ เช่น แพทย์  ศัลยแพทย์ เจ้าหน้าที่ด้านกายภาพบำบัด

    • ปัญหาการช่วยเหลือระยะยาวแก่ผู้ประสบปัญหาทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ด้าน psychological trauma

    • ปัญหาการขาดแคลนน้ำ มีเพียงครึ่งหนึ่งของประชากรที่มีน้ำสะอาดใช้

    • ปัญหาภาวะโภชนาการของเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่ต้องพรากจากครอบครัว

    • 40 เปอร์เซ็นต์ของประชากรเฮติ มีอายุต่ำกว่า 14 ปี  ประเทศจึงตกอยู่ในภาวะ สังคมฉุกเฉินสำหรับเด็ก 

    • มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่เด็กเพื่อป้องกันโรคติดต่อ

    • ปัญหาด้านอาหารและความปลอดภัยยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องปรับปรุงแก้ไข 


    3. รายงานข่าวจาก BBC



    • รัฐบาลอังกฤษได้ช่วยเหลือ ชุดอุปกรณ์มูลค่าชุดละ 49 ปอนด์ ประกอบด้วย ส่วนประกอบของที่พักชั่วคราวสำหรับคน 10 คน และอุปกรณ์ยังชีพอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหาร

    • องค์การอาหารโลก (WFP) ได้ติดตั้งถังน้ำในกรุงปอร์โตแปรงซ์ และสนับสนุนน้ำจำนวน 120,000 ขวด แก่โรงพยาบาล และมีแผนจะส่งอาหารกล่องสำเร็จรูปให้แก่ประชาชนภายในวันที่ 25 มกราคม 2553 ให้ได้จำนวน 10 ล้านกล่อง

    • ขนมปังกรอบที่ให้พลังงานสูงมีความเหมาะสมกับการแจกให้ผู้ประสบภัยในสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน


    4. รายงานข่าวจาก ALJAZEERA



    • เด็กหญิงวัยรุ่นได้รับการช่วยเหลือโดยหน่วยกู้ภัยของฝรั่งเศสหลังจากติดอยู่ใต้ซากอาคารโรงเรียน 15 วัน

    • กองกำลังรักษาความสงบของสหประชาชาติต้องฉีดแก๊สน้ำตาใส่ฝูงชนหน้าทำเนียบประธานาธิบดีเพราะปัญหาอาหารไม่เพียงพอ

    • มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องจากประชาชนว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือที่ส่งมาจากประเทศต่างๆ และผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีปัญหาติดขัดในการแจกจ่ายของให้กับประชาชน ทำให้ประชาชนซึ่งอดทนรอมา 2 อาทิตย์หมดความอดกลั้น จนต้องแย่งชิงอาหารกันที่หน่วยแจกจ่ายอาหาร


    ฝ่ายความร่วมมือสาธารณสุขระดับโลก

    สำนักการสาธารณสุขระหว่างประเทศ

    28 มกราคม 2553


  • ที่มา : WHO/PAHO, UN, BBC, ALJAZEERA
    1 กุมภาพันธ์ 2553